:: การทำพืชหมักจากใบและเถามันเทศ ::
โดย สมคิด พรหมมา
ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม
่
การทำพืชหมักอาศัยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสเป็นกลุ่มหลักในการผลิตกรดแลคติก เพื่อถนอมคุณภาพ การหมักที่ไม่ถูกต้องจะได้กรดอะซีติก หรือกรดบิวทีริก ซึ่งกรดสองชนิดหลังนี้ถ้าเกิดมากจะทำให้คุณค่าทางโภชนะของพืชหมักต่ำลงด้วย ซึ่งเกิดได้จากกรณีต่อไปนี้ :-
 
1. การหมักเมื่อมีความชื้นสูง จะได้กรดอะซีติก เกิดน้ำไหลออกมาก มีการทำลายโปรตีนในพืช
 
2. การหมักพืชที่มีโปรตีนสูง จะได้กรดบิวที่ริก ได้แอมโมเนีย ทำให้ pH สูงไม่สามารถยับยั้งจุลินทรีย์ได้ เกิดการเน่าเสีย กลิ่นเหม็น
 
3. การหมักพืชที่มีแป้ง?-น้ำตาลต่ำ จะเกิดกรดน้อย ไม่สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้ ต้องมีการเสริมแป้ง น้ำตาลเพื่อหมักร่วมกับพืช
     
ดังนั้น การหมักพืชที่ดีจึงต้องการปัจจัยที่เหมาะสมคือ
 
 
1. วัสดุหมักมีวัตถุแห้งพอเหมาะคือ ประมาณ 30-35%
 
2. มีแป้ง-น้ำตาลเหมาะสมคือ 7-8%
 
3. มีโปรตีนไม่สูง คือประมาณ 5-12% หากสูงกว่านี้จะเกิดแอมโมเนียทำให้เพิ่ม pH การหมักพืชที่โปรตีนสูงต้องหมักร่วมกับรำละเอียด หรือมันเส้น เพื่อปรับ DM และ แป้งน้ำตาล
 
4. ทำให้อับอากาศโดยการอัดย่ำให้แน่นหรือทำให้เป็นสุญญากาศ โดยการบรรจุถังพลาสติกย่ำให้แน่น หรือทำเป็นกองปิดทับด้วยพลาสติกไม่ให้อากาศเข้าและใช้ยางรถยนต์ทับ
     
ข้อจำกัดของใบ-เถามัน
ใบ-เถามันมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมกับการหมักคือ
 
1. มีโปรตีนสูง
 
2. มีเยื่อใยต่ำ
 
3. มีแป้ง-น้ำตาลต่ำ
 
4. มีวัตถุแห้งต่ำ
 
ลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับใบกระถินหรือใบมันสำปะหลัง จึงจำเป็นต้องหมักร่วมกับรำละเอียด หรือมันเส้น (เรณู, 2544; วรรณา, 2545; จีรวรรณ, 2549) และกำหนดวัตถุแห้งก่อนหมักประมาณ 30-35% วิธีการคำนวณคือ
1. หาวัตถุแห้ง (DM) ใบและเถามัน โดยอบที่ 70 °C จนแห้ง สมมติได้ 20%
2. นำมาผสมกับรำละเอียด ซึ่งน่าจะมี DM ประมาณ 88%
3. ตั้งวัตถุแห้งที่ต้องการประมาณ 30%
4. ใช้วิธีคำนวณแบบเพียร์สัน ดังตัวอย่าง
 
         
วัสดุหมัก
6 kg
จะเป็นเถาใบมัน
58 kg
วัสดุหมัก
100 kg
จะเป็นเถาใบมัน
58/68*100 = 85.3 kg
         
นำมาผสมกับรำ
100 - 85.3
= 14.7 kg
หรือคิดเป็นเถาใบมัน 100 kg ผสมกับรำระเอียด
14.7/85.3*100 = 17.2 kg
 
ในการทำเนื่องจากมันมีลักษณะเป็นเถา จึงต้องหั่นหรือสับให้มีขนาดประมาณ 5-10 ซม. ก่อน แล้วนำมาคลุกผสมกับรำละเอียดให้เข้ากัน ถ้าเถาใบมันค่อนข้างแห้ง ในทางปฏิบัติมักใส่น้ำเพื่อให้รำเกาะติดกับใบและเถามัน โดยใช้ปริมาณน้ำเท่ากับรำ คลุกให้เข้ากัน จากนั้นจึงบรรจุในถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร โดยย่ำเป็นชั้นๆ ให้แน่น ทำประมาณ 5-7 ชั้น แล้วปิดล้อคฝาถัง เก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 1 เดือน จึงเปิดมาใช้ได้ ในการใช้เลี้ยงนิยมใช้หญ้าแห้งหรือฟางเสริมวันละประมาณ 1-2 กก เพื่อกระตุ้นการเคี้ยวเอื้อง และลดความเป็นกรดในกระเพาะ   โดยมากพืชหมักลักษณะนี้จะมีคุณภาพดี มีกลิ่นหอม เพราะมีวัตถุแห้งเหมาะสมจากการผสมรำ มีโปรตีนสูง มีการทดลองใส่กากน้ำตาล เกลือ มันเส้น ข้าวโพดบด หรือใช้ฟางสับเพิ่ม DM พบว่าได้ผลดีไม่เท่ารำ
 
ในกรณีที่มีการนำหัวมันมาสับผสมกับลำต้นและใบ อาจเกิดปัญหาจากหัวมันมีความชื้นสูง ไม่สามารถจำกัด DM ก่อนหมักให้อยู่ที่ 30-35%ได้ และต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเพื่อเร่งการเกิดกรด ในกรณีนี้พบว่ามักเกิดกรดอะซีติกมากขึ้น และได้คุณภาพดีไม่เท่ากับการใช้เถาและใบมันผสมรำละเอียด อย่างไรก็ดีในทางปฏิบัติสามารถทำได้คล้ายๆกับต้นใบและหัวมันสำปะหลัง ที่นำมาหั่นผสมร่วมกัน และหมัก โดยประพาส (2548) ทดลองใช้เลี้ยงสุกรได้ผลดี
 
กลุ่มวิจัยและพัฒนากระบือ กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์
ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์/โทรสาร 0 2653 4452
:: e-mail : breeding4@dld.go.th