ความเป็นมา
| รัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการที่จะส่งเสริมให้มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจพันธุ์ใหม่และเห็นว่าอูฐนมเป็น สัตว์ที่น่าจะส่งเสริมให้กับเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในที่แห้งแล้ง เนื่องจากอูฐเป็นสัตว์ที่สามารถอยู่ในสภาพแห้งแล้งใช้อาหารที่มีคุณภาพต่ำได้เป็นอย่างดี ความต้องการพลังงานในการสร้างน้ำนมต่ำกว่าโคมาก นอกจากนี้อูฐยังเป็นสัตว์ที่มีอายุการใช้งานยาว ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ได้นำอูฐนมจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาเลี้ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการเลี้ยงและสายพันธุ์ที่เหมาะสมทั้งด้านเนื้อและนม โดยให้ทำการศึกษาวิจัยพันธุ์เพื่อทราบสมรรถภาพการผลิตของอูฐ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้สนใจต่อไป |
ลักษณะทั่วไป
| โดยทั่วไป อูฐเป็นสัตว์ซึ่งเลี้ยงในพื้นที่แห้งแล้งแบบทะเลทราย เพราะความสามารถในการปรับตัวให้อยู่ได้ในสภาพดังกล่าวได้เป็นอย่างดีกว่าสัตว์แระเภทอื่น ในบริเวณที่มีการเลี้ยงสัตว์ประเภทโค กระบือ แพะ แกะ ส่วนมากจะมีความชื้นแฉะ พื้นที่ที่เลี้ยงไม่เพียงพอและมักจะเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค และพยาธิ ในขณะที่อูฐสามารถเดินทางหาอาหารเป็นระยะทางไกลและมีความต้องการน้ำน้อยในฤดูแล้งจัด อูฐสามารถอดน้ำได้นานถึง 10-20 วัน ในขณะที่แพะ แกะ ต้องการน้ำในระยะ 3-8 วัน และโคมีความต้องการน้ำทุก 2-3 วัน อูฐสามารถให้นมได้แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแห้งแล้งมากๆ ก็ตาม ดังนั้นอูฐจึงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงในเขตแห้งแล้งทะเลทราย เพื่อผลผลิตน้ำนมด้วยนอกเหนือไปจากการใช้แรงงาน ในทางชีววิทยา อูฐเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ใน Order Artiodactyla, Suborder Tylopoda, Family Camelidae, genus Camelus จัดได้เป็นสอง Species คือ Camelus bactrianus ซึ่งเป็นอูฐที่มีสองตะโหนกและเป็นอูฐที่อยู่แถบหนาว และ Camelus dromedarius ซึ่งเป็นอูฐที่เลี้ยงในที่ร้อนแห้งแล้งแบบทะเลทราย อูฐเป็นสัตว์ที่มีการเลี้ยงมาตั้งแต่โบราณ โดยเลี้ยงทางตอนใต้ของประเทศแถบอาหรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บริโภคเนื้อและนมเป็นหลัก และใช้บรรทุกของ ทำงาน ขี่และใช้ประโยชน์จากหนังและขนด้วย อูฐมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ต่อชาวทะเลทรายเป็นอย่างมาก โดยมีบทบาททั้งทางสังคมและประเพณีวัฒนธรรมด้วย เช่น ในชนบทบางเผ่าเมื่อได้ลูกชายเด็กจะได้รับอูฐเป็นของขวัญและพ่อแม่จะใส่สายสะดือเด็กไว้ในถุงและแขวนไว้ที่คออูฐ หรือบางเผ่าจะให้เป็นของขวัญแต่งงาน เป็นต้น ปัจจุบัน แหล่งที่มีการเลี้ยงอูฐมากที่สุดในโลก คือประเทศซูดาน โดยเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน นอกจากนี้ได้มีการแพร่ขยายออกไปยังประเทศต่างๆ เช่นประเทศออสเตรเลีย ได้นำอูฐไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ในเขตทะเลทราย |
![]() |
ผลผลิตน้ำนมและคุณภาพน้ำนม
| อูฐเป็นสัตว์ที่มีนม 4 เต้า เช่นเดียวกับโค กระบือ อูฐตะโหนกเดียวส่วนใหญ่จะเลี้ยงเพื่อผลิตน้ำนม ตารางที่2 แสดงถึงผลผลิตน้ำนมของอูฐซึ่งเลี้ยงในประเทศต่างๆ (IFS,1980) ตามปกติอูฐจะเริ่มแห้งนมประมาณ 8 อาทิตย์ หลังจากการผสมติด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแม้ลูกจะยังไม่หย่านมซึ่งในกรณีนี้จำเป็นจะต้องป้อนนมลูกด้วยขวด สาเหตุสำคัญที่ทำให้อูฐมีระยะการให้นมสั้นลงและปริมาณน้ำนมลดลงก็คือการเกิดโรคความผิดปกติทางระบบสืบพันธุ์ การขาดแคลนอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับโคพื้นเมืองต่างๆ แล้วอูฐจะให้ปริมาณน้ำนมที่มากกว่า ปริมาณน้ำนมต่อวันจะขึ้นอยู่กับระยะการให้นม ปริมาณอาหารที่กิน ความถี่ของการกินน้ำและสภาพโดยทั่วไปของอูฐในขณะรีดนมปริมาณน้ำนมเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 6.21 ลิตร ระยะให้นมสูงสุดของอูฐจะอยู่ในระหว่าง 6-10 อาทิตย์ หลังจากคลอดลูก สำหรับการรีดนม โดยทั่วๆ ไป จะรีดนมวันละสองครั้งในตอนเช้าและเย็น แต่ในบางประเทศเช่น ประเทศโซมาเลีย จะรีดนมอูฐถึงวันละ 4-6 ครั้ง พบว่าได้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้นถึง 17% นอกจากนี้การรีดนมอูฐจะต้องใช้ลูกกระตุ้นด้วย ส่วนประกอบทางเคมีและฟิสิกส์ของนมอูฐนั้น ตามปกตินมอูฐจะมีรสหวาน ประกอบด้วยไขมัน 1.1 - 4.3 % มีกรดไขมันประเภทระเหยได้ กรดลิโนเลอิกและกรดไขมันอิ่มตัวสูง โปรตีน 2.5- 4.6 % แลคโต๊ส 2.9-4.6% มีส่วนประกอบของน้ำ 85.7-91.2 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและอาหารที่อูฐได้รับ นมอูฐมีระดับ Calcium ค่อนข้างต่ำแต่มี phosphorus และธาตุเหล็กสูง และมี Vitamin C สูงมาก จากตารางที่ 1 แสดงถึงผลสรุปส่วนประกอบของน้ำนมอูฐ (Yagil,1982) สำหรับน้ำนมและผลิตภัณฑ์นม เนื่องจากนมอูฐจะใช้ในการเลี้ยงลูกของมันเองและใช้บริโภคสดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงมีการศึกษาและนำนมอูฐไปทำเป็นผลผลิตภัณฑ์น้อยมาก อย่างไรก็ตามได้มีผู้นำนมอูฐไปบริโภคเป็นยาซึ่งมีความเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคท้องมาน (dropsy) โรคเกี่ยวกับม้าม วัณโรค โรคหืด โรคโลหิตจาง และมีรายงานว่าคนไข้ป่วยเป็นโรคตับอักเสบมีอาการดีขึ้นเมื่อรักษาด้วยนมอูฐ |
![]() |
| ในประเทศทางแถบทะเลทรายจะมีการทำนมเปรี้ยวหรือทำเนยและชีสจากนมอูฐโดยวิธีง่ายๆ คือ ใช้นมอูฐสดใส่ภาชนะวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาคนหรือปั่นในอุณหภูมิ 12-18 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที ก็จะได้เนยจากนมอูฐ แต่อย่างไรก็ตาม เนยหรือซีสที่ทำจากนมอูฐก็จะมีคุณภาพแตกต่างจากเนยหรือซีสที่ได้จากน้ำนมของสัตว์อื่น เนื่องจากคุณสมบัติทางเคมีของน้ำนมที่มีโครงสร้างของไขมัน โปรตีนและ กรดอะมิโนที่แตกต่างกัน |
ส่วนประกอบของน้ำนมอูฐ
ไขมัน (%) |
ของแข็ง (%) |
โปรตีน (%) |
แลคโต๊ส (%) |
เถ้า (%) |
น้ำ (%) |
อ้างอิง |
5.38 |
7.01 |
3.01 |
3.36 |
0.70 |
- |
Barthe, 1905 |
2.90 |
- |
3.70 |
5.80 |
0.60 |
- |
Leese, 1972 |
3.07 |
10.36 |
4.00 |
5.60 |
0.80 |
86.50 |
Davies,1939 |
3.02 |
9.31 |
3.50 |
5.20 |
0.70 |
- |
Lampert,1947 |
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากอูฐ
| นอกจากจะได้ประโยชน์จากน้ำนมของอูฐแล้ว อูฐยังสามารถให้ผลผลิตอื่น เช่น หนังขนและเนื้ออีกด้วย อูฐจะให้ปริมาณขน 1-5 กก. ต่อตัว ขนอูฐสามารถนำมาทอเป็นผ้าขนสัตว์ทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม พรมหรือเชือกได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วน ของร่างกายที่นำขนมาใช้งาน ขนที่ได้จากบริเวณใต้ท้องและคอจะนุ่มและยาวกว่าขนจากบริเวณอื่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขนอูฐแพงมาก นอกจากนี้อูฐยังให้หนังที่มีคุณภาพดี สามารถนำไปทำรองเท้าหรือเครื่องหนังอื่นๆ ได้ |
อาหารและการจัดการเลี้ยงดู
| อูฐมีระบบย่อยอาหารคล้ายสัตว์สี่กระเพาะ แต่กระเพาะส่วนที่สาม คือ omasum ไม่เจริญเหมือนสัตว์เคี้ยวเอื้องประเภทอื่น แต่จะมีลักษณะเล็กยาว มีเซลล์ที่มีความพิเศษคือเก็บน้ำได้มาก อูฐจึงไม่ต้องกินน้ำบ่อย อูฐเป็นสัตว์ที่ใช้ประโยชน์จากพืชคุณภาพต่ำได้ดีกว่าสัตว์กระเพาะรวมประเภทอื่น โดยเฉพาะพืชประเภทไม้พุ่ม ประสิทธิภาพการย่อยได้ของอูฐจะอยู่ระหว่าง 46-81 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดีกว่าแพะและแกะ ตาอย่างไรก็ตามโค Zebu จะสามารถใช้อาหารประเภทหญ้าแห้งได้ดีกว่าอูฐ อูฐมีความต้องการอาหารหยาบประมาณ 5-10 กิโลกรัม วัตถุแห้ง(dry matter) ต่อ 100 กิโลกรัม ของน้ำหนักตัว หรือสามารถกินหญ้าสดได้วันละ 10-20 กิโลกรัม ส่วนความต้องการน้ำของอูฐ จะขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศและอาหารที่กิน อูฐสามารถอยู่ได้เป็นเวลานานกว่าสัตว์อื่นโดยไม่มีน้ำ อูฐจะกินน้ำวันละ 13 ลิตร เมื่ออาหารอุดมสมบูรณ์หรือกินหญ้าสดและจะกินน้ำวันละ 30 ลิตร เมื่อขาดอาหารหรือกินอาหารจากพื้นที่ดินเค็มการที่อูฐสามารถอดน้ำได้นานกว่าสัตว์ประเภทอื่นเนื่องอูฐมีอัตราการสูญเสียน้ำต่ำและทนอาการ แห้งน้ำอูฐจะเจริญเติบโตเต็มที่ เพศผู้อายุ 4-6 ปี มีน้ำหนักประมาณ 400-600 กิโลกรัม เพศเมียอายุ 3-5 ปี มีน้ำหนัก 300-400 กิโลกรัม (Wilson,1984) |
![]() |
การสืบพันธุ์ของอูฐ
| อูฐจะมีอายุการเป็นหนุ่มเป็นสาว (puberty) เมื่ออายุ 4-5 ปี และเป็นสัตว์ที่มีฤดูการผสมพันธุ์ (seasonal breeding) มักจะผสมพันธุ์ในช่วงที่มีอากาศเย็นคือในฤดูฝนหรือฤดูหนาว มีผู้รายงานว่าวงจรการสืบพันธุ์ของอูฐจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อาศัย ในประเทศรัสเซียพบว่าอูฐ ประเภทสองตะโหนก จะแสดงอาการเป็นสัดตลอดปี แต่อูฐตะโหนกเดียวจะเป็นสัดตามฤดูกาล ช่วงระยะเวลาการเป็นสัดของอูฐเพศเมียจะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนได้ชัดเจนโดยทั่วไปจะมีอาการกระวนกระวายมักมีนิสัยดุร้ายขึ้น อูฐมีวงรอบการเป็นสัดประมาณ 2-3 สัปดาห์ มีระยะการตกไข่ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังการผสมพันธุ์แล้ว 30-48 ชั่วโมง ระยะการเป็นสัดของอูฐนานประมาณ 3-4 วัน อูฐมีช่วงระยะห่างของการให้ลูก 24 เดือน ระยะตั้งท้องนาน 360-393 วัน ในด้านความสมบูรณ์พันธุ์ อูฐมีอัตราการผสมติดต่ำกว่าประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือต่ำกว่า |
บทสรุป
| จาการตรวจเอกสารต่างๆ พอสรุปได้ว่า อูฐเป็นสัตว์ที่น่าจะนำมาผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตน้ำนมในพื้นที่ซึ่งมีความแห้งแล้ง อากาศร้อน ในขณะที่ประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก การเน้นการเลี้ยงสัตว์ให้ได้ผลผลิตสูงโดยการปรับปรุงด้านการจัดการเป็นวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตามในพื้นที่ที่มีขีดจำกัดด้านการเลี้ยงสัตว์ก็จำเป็นต้องนำมาพิจารณา การเลี้ยงอูฐในพื้นที่แห้งแล้งซึ่งไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ให้นมประเภทอื่นได้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งไม่เพียงแต่จะให้นมเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จาก ขน หนัง และเนื้อเพื่อบริโภคอีกด้วย ในพื้นที่แห้งแล้งทะเลทราย การเพิ่มพื้นที่ทำการเกษตรน่าจะใช้ประโยชน์จากอูฐได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม อูฐเป็นสัตว์ที่มีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับสัตว์ให้นมประเภทอื่น ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการเลี้ยงให้เป็นเศรษฐกิจในอนาคต |
เอกสารอ้างอิง
Chamberlain, A., 1989. Milk Production in the Tropics. Longman Scientific and Technical. Intermediate Tropical Agiculture |


